
การเป็น IBD ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องตัดขาดจากทุกกิจกรรมในโรงเรียน โดยมีข้อควรคำนึงบางประการเพื่อที่จะช่วยให้เด็ก ยังคงมีโอกาสเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมชั้น
การเข้าห้องน้ำ
เด็กที่เป็น IBD มักต้องเข้าห้องน้ำบ่อยและมักมีอาการปวดถ่ายขึ้นมาทันทีทันใด ดังนั้นจึงอาจเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ง่ายหากเด็กเข้าห้องน้ำไม่ทัน การใช้ห้องน้ำสาธารณะอาจทำให้เด็กและวัยรุ่นที่เป็น IBD อับอายและกังวลกับปัญหากลิ่นและเสียง นอกจากนี้การใช้ห้องน้ำสาธารณะยังอาจไม่สะดวกสำหรับเด็กที่มีทวารเทียม

การรับประทานอาหารที่โรงเรียน
เด็กและวัยรุ่นที่เป็น IBD อาจไม่สามารถรับประทานอาหารในปริมาณปกติ โดยอาจอิ่มเร็ว ปวดท้อง หรือต้องเข้าห้องน้ำระหว่างที่รับประทานอาหาร เด็กที่ได้รับสเตียรอยด์อาจรู้สึกอยากอาหารมากกว่าเดิมและส่งผลให้รับประทานมากกว่าปกติ
เด็กและวัยรุ่นบางรายอาจรับประทานอาหารตามคำแนะนำของแพทย์หรือโภชนากร เช่น รับประทานอาหารคราวละน้อยโดยแบ่งเป็นหลายมื้อ รับประทานอาหารกากใยน้อย หรือรับประทานอาหารที่อุดมด้วยโปรตีนและพลังงานเพื่อรักษาน้ำหนักตัวหรือเพิ่มน้ำหนักตัว ตลอดจนเสริมด้วยอาหารเหลว เด็กอาจต้องหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดและดื่มน้ำให้มากขึ้น ดังนั้นนักเรียนที่เป็น IBD จึงต้องการเวลามากขึ้นสำหรับการพักรับประทานอาหารมื้อย่อยและรับประทานอาหารที่ต่างจากเพื่อนร่วมชั้น
อนึ่ง การรับประทานอาหารอาจเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเด็ก เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการ เช่น ปวดเกร็ง อาเจียน และท้องเสีย
พละศึกษาและกีฬา
การเป็น IBD ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยจะไม่สามารถเล่นกีฬาได้ ดังนั้นเด็กและวัยรุ่นที่เป็น IBD จึงสามารถเล่นกีฬาได้อย่างเต็มที่ในวันที่ไม่มีอาการ
อย่างไรก็ดีต้องตระหนักว่ากีฬาที่ต้องใช้พละกำลังจากกล้ามเนื้ออาจกระตุ้นให้เด็กรู้สึกปวดถ่ายในทันทีทันใดหรือทำให้มีอาการปวดข้อ แม้แต่การออกกำลังกายเบาๆก็อาจหนักหนาเกินไปสำหรับเด็กหรือวัยรุ่นที่มีอาการอ่อนเพลีย ปวดท้องรุนแรงหรืออยู่ในช่วงพักฟื้นจากการผ่าตัด การออกกำลังกายแบบยืดกล้ามเนื้ออาจทำให้มีอาการปวดหรือปวดมากขึ้น การเล่นกีฬาเป็นทีมก็ยิ่งเป็นปัญหาเพราะเด็กหรือวัยรุ่นอาจพยายามฝืนตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นตัวถ่วงเพื่อน ขณะที่เด็กบางคนอาจกลัวหรือโดนล้อเพราะไม่มีแรงหรือต้องพักมากกว่าคนอื่น
ทางที่ดีควรให้เด็กตัดสินใจโดยพิจารณาจากสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่หากทำได้ก็ควรดูแลเด็กไม่ต่างจากนักเรียนคนอื่นการบ้าน
การพบแพทย์ตามนัดและขาดเรียน
เด็กที่เป็น IBD ส่วนใหญ่ต้องตรวจติดตามหรือรักษายังโรงพยาบาลเป็นประจำ ซึ่งบางครั้งเวลานัดก็ซ้อนกับคาบเรียน ครูอาจให้
นักเรียนออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ หรือเตือนให้เขาทราบว่าถึงเวลาต้องไปตรวจตามนัด
แม้วัยรุ่นที่เป็น IBD ส่วนใหญ่สามารถเข้าเรียนได้ตามปกติ แต่นักเรียนกลุ่มนี้ก็อาจต้องหยุดเรียนหลายวัน โดยเฉพาะในช่วงที่อาการ
กำเริบหรือเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาล ทั้งนี้ เด็กจะต้องได้รับการศึกษาที่เหมาะสม โดยอาจจัดการเรียนการสอนที่บ้านหรือที่โรงพยาบาล
ครูอาจส่งงานในชั้นเรียนให้เด็กทำระหว่างพักฟื้นอยู่ที่บ้าน แม้บางช่วงเวลา (เช่น ระหว่างอยู่ที่โรงพยาบาล) เด็กอาจไม่สามารถทำงาน
ได้มากนัก แต่การติดต่อ การให้กำลังใจจากครูจะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก ครูควรเตรียมการเพื่อช่วยเด็กตามงานเมื่อเขารู้สึกดีขึ้น เช่น เตรียม
เนื้อหาสรุปของรายวิชาที่เด็กขาดเรียน นอกจากนี้การส่งเสริมให้เพื่อนร่วมชั้นโทรศัพท์หรืออีเมล์ไปหา ส่งการ์ดอวยพร หรือไปเยี่ยมก็จะช่วย
ลดความรู้สึกโดดเดี่ยวได้อีกทางหนึ่ง
บางครั้งเด็กที่เป็น IBD อาจต้องการหยุดเรียนแม้ไม่มีอาการ เนื่องจากเด็กไม่สบายใจเรื่องอาการของตนเอง หรือมีความกังวลและ
เครียด มีข้อมูลจากการศึกษาวิจัยชี้ว่าเด็กที่เป็น IBD ปกปิดปัญหาของตนเองและมักขาดเรียน ดังนั้นการช่วยเหลือตั้งแต่ต้นจึงมีความ
สำคัญอย่างยิ่ง
การบ้าน
เด็กหรือวัยรุ่นอาจเหนื่อยเกินกว่าที่จะทำการบ้านในวันที่มีอาการกำเริบ ซึ่งครูอาจช่วยโดยขยายกำหนดส่งงานให้นานขึ้น การอ่านหนังสือเตรียมสอบอาจเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กกลุ่มนี้ เด็กอาจต้องการกำลังใจและคำแนะนำเป็นพิเศษเกี่ยวกับการจัดลำดับงานที่ต้องทำ
การสอบ
กำหนดวันสอบอาจสร้างความเครียดแก่เด็กและวัยรุ่นซึ่งโรคของเขากำเริบได้ตลอดเวลา เด็กอาจมีปัญหากับการสอบช่วงเช้าอันเป็นช่วงที่ลำไส้ทำงานมากที่สุด ครูควรให้เด็กสามารถเข้าห้องน้ำระหว่างทำข้อสอบได้ง่าย โดยอาจให้นั่งใกล้ประตูที่ใกล้กับห้องน้ำที่สุด และเตรียม
ผู้ที่จะพาเด็กเข้าห้องน้ำหากเด็กมีอาการขึ้นมาทันทีทันใด เด็กบางคนอาจต้องการเวลานานขึ้นสำหรับการพักเข้าห้องน้ำ หรือเกิดอาการอ่อนเพลียและต้องพักผ่อน
โรงเรียนควรประสานขอการเตรียมการกับสถาบันที่นักเรียนเข้าร่วมการสอบคัดเลือก โดยอาจเลื่อนกำหนดการสอบหรือวันกำหนดส่งผลงาน แพทย์หรือพยาบาล IBD สามารถร่างจดหมายชี้แจงผลกระทบจาก IBD ต่อการเรียนและการสอบของเด็ก
กิจกรรมหลังเลิกเรียน
เด็กและวัยรุ่นที่เป็น IBD อาจประสบปัญหาการเข้าร่วมกิจกรรมหลังเลิกเรียน การให้กำลังใจและความช่วยเหลือที่จำเป็นจะช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมโรงเรียนได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น การกลับบ้านกับเพื่อน ซึ่งเป็นเรื่องน่าดีใจอย่างยิ่งสำหรับเด็กที่มีปัญหาการกลับด้วย
รถประจำทาง
การไปทัศนศึกษา
การไปทัศนศึกษาอาจเป็นเรื่องเครียดสำหรับผู้ป่วย IBD หากไม่มีห้องน้ำบนรถไฟ รถโดยสาร หรือระหว่างเส้นทาง ตัวสถานที่เองก็อาจเป็นปัญหากับผู้ป่วย IBD เช่นกัน ดังนั้นจึงควรเตรียมการล่วงหน้า เช่น ตรวจสอบข้อมูลห้องน้ำ หรือจองที่นั่งติดทางเดินในโรงภาพยนตร์ โรงละคร หรือห้องเรียน
ครูควรตระหนักว่า IBD อาจกำเริบขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ ดังนั้นจึงควรให้นักเรียนตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมกินกรรมทัศนศึกษาหรือไม่ หากครูไม่แน่ใจว่าเด็กควรเข้าร่วมกิจกรรมหรือไม่ ก็อาจหารือร่วมกับเด็กและพ่อแม่เกี่ยวกับวิธีการดูแลหากเด็กมีอาการระหว่างการเดินทาง และหาก
ประกันสุขภาพของโรงเรียนครอบคลุมการทัศนศึกษาด้วยก็จะดีอย่างยิ่ง ครูไม่ควรตัดเด็กออกจากการทัศนศึกษาโดยไม่ถามเด็กก่อนเพราะอาจเป็นการทำร้ายจิตใจเด็กและขัดต่อกฎหมาย
เด็กและวัยรุ่นที่เป็น IBD
ข้อควรรู้และสิ่งที่บุคลากรของโรงเรียนสามารถช่วยได้
โรค- เลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease, IBD) คืออะไร
โรค IBD ที่พบบ่อยประกอบด้วย โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง (Ulcerative Colitis) และโรคโครห์น (Crohn's Disease) IBD เป็นโรคที่ไม่มีอาการภายนอก ซึ่งหมายความว่าแม้เด็กดูเหมือนเป็น "ปกติ" แต่ความจริงแล้วเขาต้องสู้กับปัญหาทางการแพทย์ที่รุนแรง
IBD เป็นโรคเรื้อรังตลอดชีวิต ผู้ป่วยมักมีอาการปวดท้องรุนแรง รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมาทันทีทันใด ท้องเสีย (บางครั้งมีเลือดปน) อ่อนเพลียอย่างรุนแรงคลื่นไส้และเบื่ออาหาร มีภาวะโตช้าและน้ำหนักตัวลด เด็กและวัยรุ่นที่เป็น IBD อาจมีอาการปวดข้อ อาการของระบบตา
แผลในปาก ผื่น และเลือดจาง อาการของ IBD เกิดขึ้นไม่แน่นอน โดยอาจกำเริบขึ้นมาทันทีหลังระยะโรคสงบ
การรักษาด้วยยาสำหรับ IBD อาจมีผลข้างเคียงทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หน้าบวม เป็นสิว และอารมณ์แปรปรวน ผู้ป่วยระหว่างการรักษา IBD ยังติดเชื้อได้ง่าย เด็กบางคนได้รับการรักษาโดยให้รับประทานอาหารเหลวอย่างเดียวและเด็กอาจมีสายยางให้อาหาร IBD เป็นโรคที่สร้าง
ความอับอายอย่างยิ่งต่อเด็กและวัยรุ่นและส่งผลกระทบทั้งต่อร่างกายและจิตใจ
สิ่งที่คุณช่วยได้