
ใยอาหาร เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งซึ่งพบได้ในพืช ถูกย่อยที่บริเวณลำไส้ใหญ่ ใยอาหารมีส่วนช่วยในการทำงานของลำไส้โดยทำให้อุจจาระจับตัวเป็นก้อนและมีเนื้อนิ่ม จึงช่วยให้ขับถ่ายได้ง่าย การรับประทานใยอาหารปริมาณมากสามารถลดความเสี่ยงโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานชนิดที่ 2 และมะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถรักษาและป้องกันภาวะท้องผูก
ผู้ป่วยโรคโครห์นหรือลำไส้อักเสบอาจไวต่อผลของใยอาหาร ใยอาหารอาจช่วยลดอาการระหว่างเกิดอาการกำเริบและควบคุมโรคให้อยู่ในภาวะโรคสงบ ขณะเดียวกันใยอาหารก็อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น การรับประทานใยอาหารลดลงอาจช่วยได้ในกรณีโรคโคร์นหรือลำไส้อักเสบของคุณอยู่ในช่วงโรคสงบแต่คุณยังคงมีอาการ เช่น ปวดท้อง ท้องผูก และท้องเสีย
คุณควรปรึกษาโภชนากรก่อนงดใยอาหารเพื่อที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โภชนากรอาจแนะนำให้ผู้ป่วยบางรายงดใยอาหารในระยะสั้นระหว่างอาการกำเริบแล้วจึงเริ่มรับประทานใยอาหารทีละน้อย

อาหารที่อุดมด้วยใยอาหารมีดังนี้
ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีควรได้รับใยอาหารวันละ 30 กรัม เด็กอายุน้อยกว่า 16 ปี ต้องการใยอาหารวันละ 15-25 กรัม (ตามอายุ) หากคุณต้องการรับประทานใยอาหารให้มากขึ้นควรเพิ่มปริมาณทีละน้อยเพื่อป้องกันท้องอืด แก๊สในทางเดินอาหาร และอาการปวดเกร็งท้อง ใยอาหารดูดซึมน้ำได้ดีจึงต้องดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้วเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งการดื่มน้ำเปล่า นม และชาสมุนไพรย่อมดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำหวานหรือน้ำปั่น

โรคโครห์นอาจเป็นสาเหตุให้เกิดลำไส้เล็กตีบแคบ ในกรณีนี้โภชนาการหรือบุคลากรผู้ให้การดูแลรักษา IBD อาจพิจารณาอาหารที่มีปริมาณใยอาหารน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ใยอาหารตกค้างในส่วนที่ตีบแคบของลำไส้ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงการอุดตัน
อาหารที่มีใยอาหารน้อยมีดังต่อไปนี้
ที่มา
https://www.crohnscolitisfoundation.org/diet-and-nutrition/malnutrition-and-ibd